ชื่อ-สกุล นางสาวปฏิทิน ธนสีลังกูร
ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย -
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม
สอนรายวิชา
1. เทคนิคปฏิบัติการทางเคมี ม.5
2. เคมีเพิ่มเติม ม.6
3. การศึกษาค้นคว้าและนำเสนอ IS ม.2
4. ชุมนุม บอร์ดเกมรวมพล
ครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้น ม.6/5
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน จำนวน 18 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาเคมีพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาวิทยาศาสตร์กับการแก้ปัญหา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา IS ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชุมนุม นักปรุงเคมี จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การมีส่วนร่วมในชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานที่ปรึกษา งานดูแลนักเรียน งานโฮมรูม จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
เวรประจำวัน
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน จำนวน 18 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาเคมี 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาเทคนิคปฏิบัติการทางเคมี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา IS ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชุมนุมบอร์ดเกมส์สร้างสรรค์ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การมีส่วนร่วมในชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานที่ปรึกษา งานดูแลนักเรียน งานโฮมรูม จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
เวรประจำวัน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การปรับประยุกต์และแก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หมู่ฟังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (กิจกรรมฐานปฏิบัติการเคมีร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน: CBL)
1. สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
ในการจัดการเรียนการสอนวิชาเคมี เรื่อง หมู่ฟังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ผ่านมา พบว่าเนื้อหามีความเป็นนามธรรมสูงและมีสูตรโครงสร้างที่ต้องทำความเข้าใจจำนวนมาก การจัดการเรียนรู้แบบเดิมที่เน้นการบรรยายและการท่องจำจากหนังสือเรียน ทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่าย มองไม่เห็นความสำคัญ ขาดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ และไม่คุ้นเคยกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษทางวิทยาศาสตร์ ส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าโครงสร้างเคมีเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งของรอบตัวหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนของตนเองอย่างไร ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการประยุกต์ใช้ความรู้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่คาดหวังเพื่อเป็นการ “แก้ไขปัญหา” ดังกล่าว ครูผู้สอนจึง “ปรับประยุกต์” รูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้มีความทันสมัย เป็นรูปธรรม และตอบสนองต่อผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยนำกรอบแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน CLIL + PBL + CBL + TPACK มาใช้ขับเคลื่อนกิจกรรม ดังนี้: PBL & CBL (Problem/Project-Based & Community-Based Learning): แก้ปัญหาการเรียนแบบท่องจำ โดยใช้ปัญหาและชุมชนเป็นฐาน เปลี่ยนห้องเรียนเป็น “ห้องปฏิบัติการ (ลับ) เคมี” ให้นักเรียนลงมือสืบสวนสารตัวอย่างในชีวิตประจำวัน และต่อยอดสู่ “ภารกิจนักสืบเคมีชุมชน” ที่นักเรียนต้องลงพื้นที่ค้นหาสารอินทรีย์จากผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น (เช่น การทำปลาส้ม) เพื่อสร้าง “แผนที่สารอินทรีย์ in Chiang Yuen” TPACK (Technological Pedagogical Content Knowledge): แก้ปัญหาความเป็นนามธรรมของเนื้อหา โดยบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับวิธีการสอน เช่น การใช้แบบจำลอง Simulation (Molview) เพื่อเทียบเคียงโครงสร้าง 2 มิติและ 3 มิติ การใช้แพลตฟอร์ม Canva การประเมินผลผ่าน Zep Quiz และการถ่ายทำคลิปวิดีโอ (Reel) ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจและพัฒนาทักษะดิจิทัลของผู้เรียน CLIL (Content and Language Integrated Learning): แก้ปัญหาความไม่คุ้นเคยทางด้านภาษา โดยสอดแทรกคำศัพท์ภาษาอังกฤษทางเคมี (Vocabulary เช่น Functional group, Alkane, Ester, Local product) เข้าไปในทุกกระบวนการเรียนรู้ เพื่อยกระดับทักษะการสื่อสารสากลควบคู่ไปกับความเข้าใจในเนื้อหาวิชาเคมี
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2567
2.2 วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จัดทำโครงสร้างรายวิชา คำอธิบายรายวิชา และจัดทำหน่วยการเรียนรู้
2.3 ศึกษาทฤษฎี หลักการ แนวคิด ทักษะการคิดวิเคราะห์และขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบวิเคราะห์หลักสูตรและตัวชี้วัด (ม.6/3 วิเคราะห์โครงสร้างและระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน) ออกแบบรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ CLIL+PBL+CBL+TPACK
2.4 นำแผนการจัดการเรียนรู้ เสนอผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตรวจสอบวิธีการหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมครอบคลุมในด้านเนื้อหา (Content validity) และโครงสร้าง (Construct) ความเหมาะสมของภาษา และศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบ CLIL+PBL+CBL+TPACK พร้อมนำแบบประเมินนำไปปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
2.5 นำแผนการจัดการเรียนรู้ ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อวิเคราะห์ปรับปรุงให้เหมาะสมถูกต้องตามหลักวิชาการ
2.6 นำการศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบ CLIL+PBL+CBL+TPACK ไปใช้สอนในรายวิชาเคมี เรื่อง หมู่ฟังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ กับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษ 2569 โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบท
2.7 บันทึกผลการเรียนและทักษะการปฏิบัติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เกิดขึ้นจาก การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หมู่ฟังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (กิจกรรมฐานปฏิบัติการเคมีร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน: CBL) และสะท้อนผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบเป็นระยะ หากมีนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินในเรื่องใด ให้ใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน และการสอนซ่อมเสริม สำหรับใช้แก้ไขปัญหาการเรียนรู้ให้นักเรียนได้ศึกษา และทำการทดสอบใหม่ จนนักเรียนมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
2.8 บันทึกข้อมูลคะแนนในระบบสารสนเทศผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อประเมินการเรียนรู้ นำข้อมูลที่ได้พัฒนาผลการเรียนรู้ให้นักเรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 70 ที่เรียนรายวิชาเคมี เรื่อง หมู่ฟังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ CLIL+PBL+CBL+TPACK มีผลคะแนนเฉลี่ยทางการเรียนและมีคะแนนเฉลี่ยทักษะการปฏิบัติสูงขึ้น ตามตัวชี้วัดในสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ในระดับมากที่สุด
แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อตกลงในการพัฒนางานสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
นางสาวปฏิทิน ธนสีลังกูร